เมื่อลูกมีผื่นแดง
คุณพ่อคุณแม่คงตกใจเมื่อเห็นมีผื่นแดงๆที่ผิวหนังของลูก มักพบเป็นตุ่มเล็กๆ อาจจะคลำได้นูนเล็กน้อยหรือคลำไม่นูนเลยก็ได้ หลังอ่านบทความนี้แล้วไม่ต้องตกใจนะครับ ผมขอให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตอาการต่างๆเพื่อแยกว่า ผื่นแดงนี้ควรพบแพทย์ทันทีหรือพอที่จะรอได้ครับ

* ถ้าผื่นแดงนี้เกิดสัมพันธ์กับอาการไข้ มีอาการทางระบบหายใจ เช่น ไอ น้ำมูก มีอาการท้องร่วง ท้องเสีย อาเจียน ทานอาหารไม่ค่อยได้ หรือซึมลง ควรพบแพทย์ครับ เพราะลูกน่าจะเป็นไข้ออกผื่น(ส่าไข้) ซึ่งมีสาเหตุได้มากมาย เช่น สาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส มือเท้าปากเปื่อย โรคหืด หัดเยอรมัน เป็นต้น หรือเป็นอาการแพ้ยาได้ครับ

* ถ้าผื่นมีอาการคัน เกา หรือในเด็กทารกอาจจะร้องหงุดหงิด โยเย หรืออาจเอามือมาถูบริเวณผื่น เช่น ใบหน้า หรือถูใบหน้า แขน-ขา ไปกับเตียงนอน น่าจะเป็นอาการแพ้ครับ ยิ่งถ้ามีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว หรือในลูกเอง เช่น จาม น้ำมูก ไอ เป็นหืด แพ้ฝุ่น แพ้อากาศ คันตา ลูกมีโอกาสเป็นโรคผื่นภูมืแพ้ผิวหนังครับ ผื่นมักจะพบตามข้อศอก ข้อพับด้านนอก ใบหน้า ท้อง ในทารกอายุน้อยกว่า 2 เดือน และเปลี่ยนมาคันเป็นผื่นตามข้อพับแขน-ขา ซอกคอเมื่อโตขึ้นครับ

* ถ้าผื่นเป็นตุ่มคันแดงบริเวณแขน-ขา หรือใบหน้าเท่านั้น คันเป็นตุ่มๆ อาจเกิดจากแมลงกัดต่อย เช่น ยุงนะครับ

* ถ้าผื่นเป็นตุ่มคันแดงบริเวณหน้าผาก ซอกคอ โดยเฉพาะในเด็กอายุน้อยกว่า 2-3 ปี สัมพันธ์กับอากาศร้อน หรือลูกมีไข้ น่าจะเป็นผื่นผดร้อนนะครับ

สรุป เราพอจะรู้จักสาเหตุของผื่นแดงๆกันแล้วครับ ได้แก่ ไข้ออกผื่น ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นแมลงกัดต่อย และผดผื่น(ผื่นร้อน) เดือนหน้าจะมาพูดถึงการดูแลรักษานะครับ

รศ.นพ.มนตรี อุดมเพทายกุล